thai TH us EN
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ระวังภัยรอบตัว  (อ่าน 789 ครั้ง)
pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 01:43:58 PM »

เตือนเพื่อระมัดระวัง เหตุเกิดแถวสะพานพระราม 5

เรื่องเล่าจาก......ผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ
   ผมเจอกับตัวเองเมื่อวันที่ 26ก.ค  วันอาสาฬหบูชา นี้เองที่สะพานพระราม 5 ฝั่งบางกรวย จอดที่หน้าร้านก๊วยเตี๋ยวเรือใกล้กับ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ concept
มันใช้หมากฝรังชนิดนิ้มเหนียว ทิ้งไว้ที่กระจกกับที่ปัดน้ำฝนพอโดนความร้อนจะละลายติดกระจก ก่อนออกรถไม่สังเกต  ผมขับออกไปเลยไฟแดงไปแล้วจอด
ทำความสะอาดริมถนนครู่เดียวมันมาสองคันเลย มีทั้งรถเก็งและรถกระบะ มาสังเกตการณ์ หาโอกาสลงมือ แต่บริเวณนั้นรถมากไม่สะดวก ประกอบกับผมเห็นผิดปกติ จึงหยุดทำความสะอาด และรีบขับออกจากบริเวณนั้นไป มันยังขับตามอีก ผมวนดูพฤติกรรม ของแก๊งนี้มันจะวางหมากฝรั่ง และคอยเก็บเหยื่อวนอยู่บริเวณ
นั้นอยู่หลายเที่ยว เตือนเพื่อนๆให้ระวัง ถ้าเห็นมีหมากฝรั่งทิ้งไว้ที่หน้ากระจกอย่าทำความสะอาดในที่ปรอดคน อาจจะโดนมิสาชีพพวกนี้ลงมือได้

  สำหรับคนขับรถ และคนที่ไม่ขับเองก็เก็บไว้เตือนคนขับจ้า....
เพื่อทราบและโปรดระมัดระวัง..........
ถ้าคุณขับรถกลางคืน แล้วโดนปาหน้ารถด้วย "ไข่" (ไข่จริงๆ ไม่ได้มุข)
อย่า........ฉีดน้ำ และปัดกระจกเป็น    อันขาด !!
เพราะเมื่อไข่ผสมกับน้ำแล้วกลายเป็นคราบเหนียว บดบังทัศนวิสัยของคุณ
ได้ถึง 92.5%
นั่นหมายถึง คุณจะถูกบีบบังคับให้ต้องจอดรถข้างทาง (ก็มันมองไม่เห็น ก็ต้องหยุดก่อน) ดีไม่ดีคุณก็จะลงไปเช็ดกระจกอีกต่างหาก
ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ คุณจะกลายเป็นเหยื่อไข่ของมิชฉาชีพทันที
นี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของโจรบนท้อง ถนน
โปรดส่งเตือนญาติมิตรเพื่อนฝูงของคุณด้วย
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 02:00:08 PM »

เตือนภัย อ่านด่วน เกี่ยวกับเลขบัตรประชาชน

ตอนนี้มาอีกรูปแบบใหม่ นอกจากเครดิตการ์ด กรมสรรพากร ตอนนี้มาถึงศาลแล้ว
   
ถึงทุกๆท่าน

   ดิฉันมีเรื่องอยากเตือนทุกท่านให้ระวังเอาไว้   ถึงการหลอกลวงรูปแบบใหม่
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552   เวลาประมาณ 09.15 น.   ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข +886226994823 เป็น ระบบเสียงอัตโนมัติ อ้างว่าโทร..
" จากศาลจังหวัดกรุงเทพมหานคร  แจ้งว่ามีหมายส่งถึงดิฉัน  แต่ไม่สามารถ
ส่งหมายได้ ให้ติดต่อไปยังศาลอาญา     มิฉะนั้นศาลจะออกหมายจับไป   
กด 1 หากต้องการฟังซ้ำ   กด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ "

   ด้วยความที่ดิฉันเป็นทนายความ   จึงสงสัยและจับพิรุธได้ดังนี้
   1. เกิดมาไม่เคยกระทำความผิดใดๆ ตามกฏหมายที่จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา
   2. เบอร์โทรศัพท์แปลกๆ  เหมือนโทร. มาจากต่างประเทศ
   3. ในประเทศไทยไม่มีศาลจังหวัดกรุงเทพมหานคร
   4. ศาลไม่มีบริการติดตามคู่ความ หรือตรวจสอบข้อมูลทางโทศัพท์
       (ยกเว้นท่านจะโทร.ไปที่ศาลเพื่อขอข้อมูลเอง หรือตรวจสอบจากเว็บไซด์)

  ดิฉันจึงตัดสินใจกด 9 เพราะอยากรู้มีเขามีลูกเล่นอย่างไร   สักพักก็จะมีเสียงผู้หญิงรับสาย (มีเสียผู้ชายดังเข้ามาเหมือนกำลังเจรจาเกี่ยวกับคดีความกับคนอื่นอยู่ ซึ่งทำให้เหมือนจริงว่าโทร..มาจากศาล)  แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาล อาสาจะตรวจสอบข้อมูลให้  ขอทราบชื่อ-นามสกุล    ดิฉันก็แจ้งชื่อ-นามสกุลให้ทราบ   จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวก็ จะขอหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก   ดิฉันไม่ให้   เขาก็บอกว่าการติดต่อราชการจะต้องใช้หมายเลขบัตรประชาชน  ดิฉันจึงบอกไป
ว่าการตรวจสอบข้อมูลของศาลนั้นไม่ต้องใช้เลขบัตรประชาชนก็ได้  ตรวจจาก
ชื่อนาม-นามสกุล ก็ได้แล้ว   ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ยังยืนยันว่าต้องใช้เลข
บัตรประชาชน   ดิฉันจึงแจ้งว่าจะไปติดต่อศาลเอง ขอทราบชื่อเจ้าหน้าศาลที่จะต้องติดต่อ   ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ตอบมาด้วยเสียงดุๆ ว่าให้ไปติดต่อได้ที่ศาล
อาญารัชดา แล้วก็รีบวางสาย   ไม่ยอมแจ้งชื่อให้ทราบ

  ดิฉันได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวพบว่า
  -   ไม่ใช่หมายเลขของศาลอาญารัชดาฯ
  -   เป็นรหัสทางไกล 886   ซึ่งโทร..มาจากไต้หวัน

  ดังนั้นจึงขอเตือนทุกๆท่าน ได้โปรดระวังการหลอกลวงแบบใหม่นี้ไว้ด้วย เพราะหากท่านให้เลขบัตรประชาชน 13 หลักไป ไม่ทราบว่าเขาจะเอาไปทำอะไร   
เลขบัตรประชาชนของท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของท่าน เช่น ข้อมูล
ทางการเงิน ข้อมูลบัตรเครดิต ฯลฯ   ได้มากมาย !!!!!!!!

  นอกจากนี้ขอให้เตือนเพื่อนๆ  ญาติสนิท มิตรสหายของท่านให้ทราบด้วย

                                                                         
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 04, 2010, 08:36:45 AM »

โดนเจาะยาง (เหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอกับตนเอง)
 
วันที่ :  19 ส.ค. 2553    เวลาประมาณ : 21:30 น.   รถยนต์ : ISUZU M7  สถานที่ :  ลานจอด(ไต้ถุน) ของ HomePro แจ้งวัฒนะ
 
หลังจากซื้อเครื่องไฟฟ้าที่ห้างดังกล่าวเสร็จ ก็เดินออกจากประตูกระจกของห้าง เพื่อลงมาที่ลานจอดรถ มองตรงไปที่บริเวณจอดรถ เห็นมีชายประมาณ 2-4 คน ยืนคุยกัน (ที่รถของเขาเอง โดยรถของพวกเขาห่างจากรถเราประมาณ 2 ช่วงเสา) พร้อมกับมองแบบผ่านๆ มาที่ผม และภรรยา  ผมไม่ได้สนใจอะไร
(แต่ในใจคิดว่า เอ..เขายืนรอใครเหรอ ป่านนี้แล้ว)
 
ผมกับภรรยา ก็เดินผ่านหน้าคนพวกนั้น แล้วเลี้ยวซ้ายตามถนนของลานจอดรถ
ตรงไปที่รถ MU 7 ที่จอดไว้เป็นคันซ้ายสุดของลานจอด และไม่มีรถบัง
โดยบริเวณนั้นมีไฟแสงสว่างพอสมควร และไม่มี รปภ.เฝ้า (ใช้ CCTV เฝ้าแทน)
 
สิ่งแรกที่มองเห็นคือยางหลังซ้ายแฟ่บมาก (เหลืออีก 1 นิ้วถึงพื้น)  
 
อ้าวซวยละซิทำไง (ตอนนั้นใกล้ 4 ทุ่มแล้ว) ไม่เป็นไรหาปั๊มน้ำมันใกล้ๆดีกว่า
ว่าแล้วค่อยๆขับหาปั๊มแถวแจ้งวัฒนะ ถามว่าถอดเปลี่ยนล้ออะไหล่ได้ไหม
“ช่างกลับหมดแล้วครับ” เลยให้เด็กปั๊มช่วยเติมลมให้หน่อย พอเติมลมเสร็จ
เอามือคลำบริเวณรอยรั่ว เฮ้ยลมรั่วแรงมาก รวม 3 รู ถ้าวิ่งไปไม่เกิน 5 กม.
ก็แบนอีกแน่ๆ
 
ตัดสินใจขับไปตาม ถนนติวานนท์ผ่านหน้าวัดชลประทานฯ ถนนมืดตื๋อเลย
ขับไปคิดไป ทำไงหว่า ปั๊มแถวนั้นก็ไม่มีเลย พอมาถึงปากซอยสามัคคี
(ติดไฟแดงคันแรก)   มองไปมองมา เห็นปั๊มแก็ส (ปิดไฟมืด) อยู่ตรงข้าม
ปากซอยนั่นเอง เผอิญจังหวะรถว่าง เลยขับตัดถนนพุ่งเข้าทางออกของปั๊ม
ตรงไปที่ร้านยาง (เจ้าของเก็บยางเตรียมนอนแล้ว)  บอกให้ช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่ + ปะยางเก่าให้ด้วย เด็กในร้านบอก (ตอนแรกมันเรียกลุง) พี่โดน
เหล็กตะไบแทงแล้ว 3 รู  บอกเดี๋ยวนี้นิยม (อินเทรนด์) แน่ะ
 
รุ่งขึ้นปรึกษา บ.อาคเนย์ บอกพี่โชคดีมากเลย ที่พี่เห็นยางแบนก่อน ปกติคน
ขับจะไม่รู้เลยว่ารถยางแบน ขึ้นรถได้ก็ขับรถออกไปเลย พอวิ่งไปหน่อยก็จะ
จอดข้างถนน ลงมาดูยาง  โดยมันมีทีมขับตามมาเราติดๆ ประมาณ 2 คัน
และทำทีเป็นพลเมืองดี อาสาช่วยเหลือ โดยการเปลี่ยนยางอะไหล่ให้  
ได้จังหวะก็จี้ชิงทรัพย์ ถ้าซวยๆ (สวยๆหน่อย) ก็โดนให้ขึ้นรถไปด้วย
เหตุการณ์ต่อไปไม่อยากคิด
 
จึงขอบอกเล่า เพื่อให้ทราบว่า เดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมันพัฒนาขึ้นมาก ทุกท่านควร
ทราบไว้ก่อน เพื่อทำใจและหาทางแก้ไขล่วงหน้า โดยเฉพาะท่านหญิง
ถ้าเจอแบบนี้ต้องขับบดยางไปเลย  แล้วหาทางจอดที่ปั๊ม โรงพยาบาล หรือ
สถานที่ใดๆ ก็ได้ที่สว่างๆ และต้องมีคนอยู่เยอะด้วย แล้วจึงค่อยโทรบอก
เพื่อน ญาติ คนรู้จัก เพื่อขอรับความช่วยเหลือต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2010, 08:45:11 AM โดย pinit » บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 09:05:05 AM »

 
  เติมน้ำมันยังต้องระวัง
 เฮียผมเจอเองกับตัวตอนขึ้นเหนือ ดีที่หลังจากเติมน้ำมันแล้ว เอารถไปจอดหน้าห้องน้ำจะเข้าไปฉี่
ตอนลงจากรถเห็นอะไรแว็บๆ ตรงฝาปิดถังน้ำมัน เปิดออกมาดูเป็นซองใส่ยาเม็ดห้าหกเม็ด น่าจะเป็นยาบ้า
เลยเอาไปทิ้งในส้วมทั้งหมด

ขับรถออกไปได้นิดเดียวเจอด่านเหมือนกับที่เล่ามาทุกประการ คือให้เปิดฝาถังน้ำมัน
พอมันค้นไม่เจอท่าทางมันโกรธมาก เรียกให้เข้าไปจอดด้านในค่อนข้างลับตาคน
แล้วเรียกพวกมาล้อมรถสี่ห้าคน แล้วบอกว่าจะค้นทั้งคัน
เฮียเขาเลยเอากล้องวิดีโออกมาถือถ่ายแล้วยื่นคำขาดว่า ให้ค้นแค่คนเดียว ที่เหลือให้ดูห่างๆ
และให้ถลกแขนเสื้อเอามือมากางให้ดูก่อนค้น ให้บอกว่าจะเอากระเป๋็าใบไหนจะหยิบให้เอง
พวกมันยิ่งโกรธ แล้วด่าว่าอย่างถ่อยสถุน (ประมาณว่า) หัวหมอเหรอ
เฮียผมไม่กลัวใครอยู่แล้ว รู้จักพรรคพวกผู้ใหญ่เยอะด้วย ยืนยันเหมือนเดิม
กระชับกล้องแฮนดี้แคมในมือที่อัดภาพไว้ตลอดเวลาด้วย
พวกมันก็เลยต้องทำตาม ค้นหาแบบว่าแกล้งให้เราเสียเวลา รื้อกระเป๋าทุกใบ ค้นทุกซอกรถ
เสียเวลาไปกับพวกเวรนี่สองสามชั่วโมง จนหมวดที่อยู่ที่เต๊นท์เข้ามาดูจนค้นเสร็จ
เฮียผมเลยถามไปตรงๆ แบบแทงใจดำกันแบบไม่กลัวใคร
"เมื่อกี้เด็กปั๊มมันโทรมาให้ข่าวเหรอไง?" มันรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน แล้วก็ให้เอารถออกมาได้

เฮียผมเขาไปถามพรรคพวกหลังจากกลับมาแล้วได้ความว่า
ยังโชคดีที่โดนแค่ห้าหกเม็ด บางคนโดนเป็นร้อยเม็ด
ห้่าเม็ดจะโดนรีดเงินเป็นหลักหมื่นเพื่อไม่ให้โดนขังคุกส่งฟ้องศาล
คิดดูเอาเองว่าถ้าโดนเป็นถุงร้อยเม็ดจะโดนไถเท่าไหร่! เขาว่าเป็นแสนๆ อย่างเบาะๆ
เวลาเอารถไปทำอะไรนานๆ เช่นถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมรถ ปะยางที่ต่างจังหวัดหรือที่ที่ไม่คุ้นเคย
โดยเฉพาะแถบภาคเหนือต้องระวังให้มากๆ เพราะมีโอกาสที่มันจะซุกยาบ้าเป็นถุงลงในช่องต่างๆ
เช่นช่องยางอะไหล่ แม่แรง บังโคลน ใต้เบาะนั่ง หรือช่องเก็บของหน้ารถ ฯลฯ

พวกตำรวจเลวๆ พวกนี้มีมากกว่าตำรวจดีๆ เยอะ ไม่มีน้ำยาหรือปัญญาไปจับพวกที่ซื้อขายกันจริงๆ
คงด้วยเพราะกินเงินเขามาหรือไม่กล้าไปจับเพราะกลัวตาย เก่งแต่เล่นงานประชาชนตาดำๆ
แล้วก็คอยตามรับใช้พวกเศรษฐีหรือเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล ช่วยๆ กันประนามด้วย

อย่าลืมลงจากรถมาดูเด็กปั๊มมันเติมน้ำมันด้วย พวกนี้ก็เลวพอๆ กัน
เผลอๆ เจ้าของปั๊มก็มีส่วนรู้เห็นกับตำรวจ แล้วก็อาจเป็นคนสั่งเด็กปั๊มให้ทำอย่างนี้
ไม่งั้นเด็กปั๊มมันจะกล้าทำหรือ เท่าที่ดู มันน่าจะทำกันเป็นขบวนการ



       ตำรวจมันรู้กันทั้งแก๊งค์ เป็นสิบคน งานนี้ไม่ใช่มีแค่เด็กปั๊มคนเดียวจะทำได้ เด็กปั๊มคนอื่นๆ ก็ด้วย
       ผมว่าเจ้าของปั๊มก็น่าจะมีส่วนรู้เห็น คือทั้งปั๊มกับตำรวจเลวๆ ยกก๊วน ...

       อ้อ เกือบลืมไป เขาฝากมาบอกด้วยว่า เวลาเปิดฝาถังน้ำมัน ให้มีคนของเราคอยดูตำรวจด้วย
       เพราะมีมาแล้ว ที่แม้จะไม่มีอะไร มันก็ยัดยาตอนเข้าไปตรวจดูได้ แล้วก็ยัดได้ทุกเวลาด้วย
       สรุปว่า เห็นพวกสีกากีพวกนี้ น่ากลัวกว่าเจอกุ้ยอันธพาลเสียอีก


       ******************************************************


        เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
        ... .โค.. ต..ร เลวทั้งตำรวจและพวกที่อยู่ในแก๊งค์เลย

                เท่าที่เพื่อนเคยโดนมานะครับ .... . เวลาเราไปเติมน้ำมันตามปั้ม
               ... ให้ลงมาดูนะครับเวลาเด็กปั้ม เติมน้ำมัน
               เดินลงมาดูเด็กปั้มน้ำมันตอนเติมน้ำมัน
               จะทำให้คนชั่วร้ายไม่กล้าคิดทำอะไร
               อย่าขี้เกียจนั่งในรถยนต์เด็ดขาด

               ... เพราะถ้าคุณไม่ดูอาจเป็นแบบเพื่อนผม .... ..
               เพื่อนผมไปเติมน้ำมัน ทางสายจะไปแพร่
               เติมเสร็จขับรถออกมา ดูกระจกหลังเห็นมีถุงพลาสติกปลิวไสวๆ อยู่ที่ฝาเติมน้ำมัน มันก็เลยลงมาดู ...
                ..เจออะไรรู้ไหมครับ เจอยาบ้า 5 เม็ดอยู่ในถุง
               มันก็เลยโยนทิ้งข้างทาง พอขับรถออกมาได้ สัก 1 กม.
               เจอด่านตำรวจครับ ตำรวจเรียกตรวจ ... ...
               คำแรกที่ตำรวจถามมันถามว่าเปิดฝาถังน้ำมันหน่อย ... ...
               พอจะรู้กันหรือยังครับ รถเพื่อนผมโดนรื้อทั้งคันเลย ... .
               เพราะมันหายาบ้าไม่เจอ ท่าทางหงุดหงิดมาก
               ค้นอยู่นานเป็นชั่วโมงเลย พอไม่เจอมันก็เลยปล่อยเพื่อนผมไป
               พอจะวิเคราะห์ออกไหมครับ
               ตำรวจกับเด็กปั้มทำมาหากินด้วยกัน
               โดยการให้เด็กปั้มแอบเอายาบ้ามายัดตามรถที่เติมน้ำมัน
               ยัดเสร็จโทรไปแจ้งรูปพรรณรถกะตำรวจ
               แล้วพอค้นเจอยาก็จะขอตังส์ ให้เรื่องจบ 2-3 หมื่น แล้วไปแบ่งกันกะเด็กปั้ม  ... ! โชคดีที่เพื่อนผมเห็นทันเลยรอดตัว
               เวลาไปเติมน้ำมันสังเกตกันให้ดีนะ ครับ
               ถ้าเจออย่างนี้  เซ็งครับ ไม่ใช่เรื่อง เล็กๆ เลย

               ปล. อ่านจบ แล้ว FW. ต่อด้วยจะดีมากๆเลยครับ
               เพื่อนๆทุกคนอ่านแล้วมีความรู้ส่งต่อด้วยนะครับช่วยๆกัน
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 17, 2010, 01:23:39 PM »

Internet ในโรงแรม

อันตรายจาก internet โรงแรม และตามที่สาธารณะ ครับ
เวลาไปใช้ internet สาธารณะ ให้มองด้านหลังว่า มีอุปกรณ์สีดำๆ
(ตามรูป)  นั่นมั๊ย
ถ้ามีคือไม่ปลอดภัย เพราะมันจะเก็บข้อมูลการใช้ของเรา
ถ้าเราใช้ ibanking หรือ โอนเงิน ชำระเงิน หรือ เรื่องสำคัญ
อาจถูกลักขโมย Code Password ข้อมูลต่างๆได้
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 22, 2010, 01:39:30 PM »

โทษของ Dry Ice

เหตุการณ์ที่ 1
   วันนี้ไปซื้อไอติมฮาเก้ดาสแล้วให้เขาใส่น้ำแข็งแห้ง กะสักประมาณ 4 ชั่วโมง
กว่าจะถึงบ้าน เพราะต้องแวะไปซื้อของที่อื่นด้วย  ไปได้สัก 1 ชั่วโมงเราก็จอด
ลงไปซื้อขนมประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ขึ้นมาบนรถเห็นแฟนที่รออยู่บนรถ
หอบเหนื่อย    ก็ไม่อะไร สตาร์ทรถออกมาตามปกติ เราก็ไม่เอะใจอะไร สักพัก ลูกเรา 5 เดือนก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา  ปกติเขาไม่เคยร้องแบบนี้ เราก็เอานมให้ลูกกินคิดว่าลูกหิว เขาก็ไม่กิน  เราเองก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นทุกทีคล้ายจะหอบ ก็เลยบ่นกับแฟนว่าเป็นอะไรไม่รู้  รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน แฟนก็เลยบอกว่าเขาก็เป็น  ตอนแรกเขาคิดว่าเขาอ้วนเลยเป็นอย่างนั้น  เราก็เลยรีบเปิดกระจกรถกันใหญ่  พออากาศถ่ายเทเข้ามาในรถเท่านั้น แป๊บเดียวก็เป็นปกติ  ลูกเราหยุดร้องทันที อาการทั้ง
ของเราและแฟนก็หายเป็นปกติทันที  รถเราเป็นรถโตโยต้าวิชมันทะลุถึงกันหมดเพิ่งรู้ว่าคนที่จอดรถนอนแล้วตายเป็นอย่างนี้นี่เอง    ขอให้เป็นอุทธาหรณ์ของ
ทุกๆคนนะค่ะ  สงสารลูกที่สุดเลยค่ะ เขาคงทรมานมากพูดก็พูดไม่ได้

ก้อนน้ำแข็งแห้ง มันคือคาร์บอนไดออกไซด์เพียวๆ เลย ซึ่งจัดว่าเป็นก๊าซอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจค่ะ

เหตุการณ์ที่ 2  
   เรื่องน่ากลัวค่ะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปไหว้พระบาทกัน ขับรถไปกันเอง
ป๊าน้องปลื้มเป็นคนขับ ไปกัน 7 คน นั่งตอนละ 2 คน น้องปลื้มก็นั่งคาร์ซีทตอน 2 ไหว้พระเสร็จก็ประมาณบ่าย 2-3 โมง  ขากลับหิวข้าวเลยแวะกินสเต็ก (ลือชื่อ
แถวรังสิต)     ทานเสร็จอาม่าของน้องปลื้มกับอาเหล่าโกวก็ช็อปปิ้งไอติมกัน
แล้วก็ซื้อกลับบ้านด้วย ทางร้านก็แพคใส่กล่องโฟม มีสติ๊กเกอร์แปะอยู่ 2 ข้าง
เพื่อไม่ให้ฝาหลุด      ขากลับน้องปลื้มไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เลยเอาไอติมวางไว้ที่
คาร์ซีท แล้วน้องปลื้มก็มานั่งกับเราที่ตอน 3   ระหว่างทางอาม่าก็บอกว่าทำไม
รู้สึกเหนื่อยจัง เหมือนหายใจไม่ออก แล้วเค้าก็มีอาการหอบ  ป๊าของน้องปลื้มก็บอกว่าเค้าก็เป็น ทำไมถึงเป็นไม่รู้    คุยกันไปมานึกว่าเค้า 2 คนกินอะไรเหมือนกันที่คนอื่นไม่ได้กินหรือเปล่า    เราก็สังเกตุเห็นทำไมน้องปลื้มหายใจแรงจัง หายใจหอบๆ เสียงลมหายใจฟี้ดๆ แล้วน้องปลื้มก็เอานิ้วแคะจมูก เราก็นึกว่ามีขึ้มูกทำให้หายใจไม่สะดวก ก็เลยแคะให้แต่ก็ไม่เห็นมีนี่นา อาม่าของปลื้มก็หอบใหญ่เลย  ปลื้มก็หายใจถี่ แรง แล้วก็หอบมากขึ้น  อาเหล่าโกวก็เอะใจถามว่าไอติที่เรา
ซื้อมามีดรายไอซ์หรือเปล่า

มีนะเพราะซื้อ ทุกครั้งเค้าก็แพคให้

เลยถึงบางอ้อ! ค่ะ เพราะดรายไอซ์นี่เอง มันเป็นคาร์บอนไดออกไซค์ รถปิด
หน้าต่างเปิดแอร์ ทำให้ออกซิเจนในรถน้อยลง อากาศไม่ไหลเวียน
เลยรีบเปิดหน้าต่าง อาการของทั้ง 3 คน หายทันทีเลยคะ

ตกอกตกใจกันไปทั้งรถ มั่วแต่หาสาเหตุอื่นๆ ไม่ได้คิดถึงกล่องไอติมเลย
รู้ทั้งรู้ แต่นึกไม่ถึงคะ

ถ้ารถเก๋งวางไว้กระโปรงหลังคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่นี่รถ 3 ตอน  แถมวางไว้ตรงตอน 2 กลางรถพอดี  มันก็เลยไหวเวียนอยู่ในรถนั่นแหละ น่ากลัวมากๆเลย
ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าทุกคนหลับกันหมด หรือน้องปลื้มหลับ เค้าจะมีอาการแสดงให้เราเห็นหรือเปล่า  ป๊าของน้องปลื้มบอกว่ารู้แล้วว่าคนขาดอากาศหายใจตาย
เป็นไง    รีบเอาดรายไอซ์ทิ้งหมดเลยค่ะ หรือถ้าแพคใส่กล่องแต่ปิดเทปรอบปากกล่องก็คงดีกว่า

เลยอยากมาเล่าให้พ่อๆ แม่ๆ ฟังกัน เรื่องที่รู้ทั้งรู้นะแต่นึกไม่ถึงว่าจะอันตราย
ขนาดนี้ คราวหน้าคราวหลังถ้าซื้อไอติมมาคงต้องแพคให้หนาแน่นกว่านี้

เหตุการณ์ที่ 3
   ยืนยันด้วย อันนี้เรื่องจิงคับ เคยโดนมากะตัวเหมือนกัน  เราทำงาน CP
เกี่ยวกะอาหารส่งออก ต้องไปเอาสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้า โรงงานก็ Pack
ใส่กล่องโฟมใหญ่ๆ หลายกล่อง แล้วใส่ Dry Ice เยอะมากทุกกล่อง เพราะ
กลัวสินค้าเสียหาย พอออกรถไปซักพัก หายใจไม่ออกกันทั้งรถ เกือบตาย
เหมือนกัน นึกขึ้นมาได้ว่ามี Dry Ice ในกล่อง เลยรีบจอด แล้วเอา Dry Ice  ออก (นี่ก็ไว้กระโปรงท้ายรถเหมือนกันนะ) เล่นเอาเกือบตาย
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 24, 2010, 09:33:38 AM »

ความรู้กฎหมาย ถ้าหากเราเกิดรถหาย/ถูกทุบในห้างสรรพสินค้า ทำอย่างนี้ไม่สูญเปล่า

ข้อมูล/ข้อแนะนำนี้ถูกต้อง   มีฏีกาออกมาแล้ว แม้ว่า ห้างหรือโรงแรมจะเขียนข้อ
ฏิเสธ ไม่รับผิดชอบไว้ก็ตาม ห้างและโรงแรมต้องรับผิดชดใช้ตามหลักกฏหมาย
รับฝากทรัพย์ ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์    ท่านสังเกตุดูซักประมาณสองปีที่ผ่านมา ห้างโลตัสแถวบ้าน (บางกะปิ) ไม่ยอมให้บัตรอะไรเลย

ส่งให้กันเยอะๆครับ เผื่อกรณีเป็นคนรู้จักกัน..
สำหรับที่โดนทางห้างไม่รับผิดชอบ
ประกันบอกมีคดีแบบนี้เป็นพันๆ คดีครับ
จอดรถโดนทุบโดนชนในห้างไม่รับผิดชอบ
อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้ฟ้องร้องผ่าน สคบ ครับ
ฟิวเจอร์รังสิตมีบ่อยมากครับ แล้วชอบบอกไม่รับผิดชอบ
วันนี้คุยกับพี่ที่ทำงาน เค้าสนิทกับพวกข้าราชการกระทรวงโน้นนั้นนี้มากมาย
เค้าเล่าว่าเพิ่งคุยกับรองอธิบดี อะไรสักอย่าง กับ สคบ. เรื่องการฟ้องร้องของ
ผู้บริโภคว่าเป็นยังไงบ้าง....

ถ้าหากเราเกิดรถหาย/ถูกทุบในห้างสรรพสินค้า ..... ต้องเข้าไปซื้อของในห้างและเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานว่าเราเป็นลูกค้ามาใช้บริการของห้างฯ ถ้ารถหายก่อน ก็วิ่งเข้าไปซื้อของซะ แล้วก็เก็บใบเสร็จไว้ซะ แนะนำว่าควรเป็นการซื้อในห้างโดยตรง ไม่ใช่ร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่ เพื่อความชัดเจน แน่นอนของหลักฐาน

ถ้าหากเราเกิดรถหาย/ถูกทุบในโรงแรม .... เราต้องเช็คอินเข้าพักในโรงแรม
ถึงจะถือได้ว่าเป็นลูกค้าของโรงแรมอย่างชัดเจน....แล้วก็เก็บหลักฐานใบเสร็จ
รับเงินการเข้าพักโรงแรมเอาไว้

แล้วก็ฟ้องร้องผ่านสคบ. ไม่ว่าห้าง/โรงแรม จะให้บัตรจอดรถหรือไม่ หรือเขียน
ไว้ว่าไม่รับผิดชอบ  

ทุกคดีที่มีหลักฐานชัดเจนอย่างข้างบนจะชนะหมดเลย  
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2010, 02:37:17 PM »

วิธีหาเงินแบบใหม่

> อยากให้ ทุกคนอ่านด้วย เพราะมันดีกับตัวเราเองนะ
 
> อยากเล่าประสบการณ์ที่เพิ่งเจอมาเมื่อคืนนี้เอง ตอนประมาณ 1 ทุ่ม ขับรถ
   กลับบ้านคนเดียว
> ตามปกติ พอดีน้ำมันใกล้หมด เลยเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน จอดยังไม่ทันเติมเลย
   ก็มีชายคนหนึ่งเดินมาพูดกับ
> เด็กของปั๊ม เด็กมาบอกเราว่า ' พี่ครับ ตะกี้พี่เลี้ยวเข้ามา หินกระเด็นโดนตา
   ของพี่ผู้ชายคนนั้นครับ '
> เราตกใจเปิดกระจกรถลงสุด แล้วมองไปที่ชายคนนั้น ดูที่ลูกตา มีเลือดไหล
   ออกมาด้วย
> ชายคนนั้นพูดว่า ' ผมนั่งสูบบุหรี่อยู่ตรงทางเข้า รถคุณขับเข้าปั๊ม ไม่รู้ว่า หิน
   หรือแก้ว กระเด็นมาโดนตาผมครับ ' 
> เรารีบบอกเค้าว่า ' โดนตาหรือค่ะ ขอโทษค่ะ ไม่ต้องห่วง เรามีประกัน เดี๋ยวเรา
    เรียกประกันเรามา ' 
> ในใจคิดว่าจะเอาเงินให้เขาไปหาหมอก่อนดีมั้ย แต่คิดอีกทีแจ้งประกันก่อนดี
    กว่า
> เรารีบไปโทรแจ้งประกัน ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ ชายคนนั้นก็เดินมาพร้อมทิชชูที่
    ซับตาอยู่ แล้วบอกเราว่า
> ' ผมจะไปหาหมอก่อนนะครับ ' เรารีบถามพี่ประกัน (ในสาย) ว่า ' คนเจ็บจะไป
    หาหมอ ให้เขาไปก่อนเลยได้ใช่มั้ย ' 
> พี่ประกันก็บอกว่า ' ได้ครับ แต่พี่ไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้นนะ รอเจ้าหน้าที่ผมก่อน
> ' จากนั้นเราก็นั่งรอ และเข้าไปในร้านมินิมาร์ท กินน้ำ และ ยืนรอ ยังคุยให้คน
   ขายฟังเลย
> คนขายบอกว่า ตะกี้ชายคนนั้นก็มาขอทิชชูไปซับเลือดเลย เรารู้สึกไม่ค่อยดี
   ไม่รู้เขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า 
> พี่ประกันโทรกลับมาบอกเราว่า เจ้าหน้าที่ Survey เขาออกมาแล้ว
    รอแป๊ปหนึง
> เราบอกว่า เนี่ยคนเจ็บไปหาหมอยังไม่มาเลย พี่ประกันบอกว่า 'คงไม่มาแล้วล่ะ
    ครับพี่ เราพอจะมีข้อมูลอยู่  ทำไมเขาต้องมานั่งสูบบุหรี่บริเวณนั้น แล้วทำไม
    รถผ่านไปมาตั้งมาก ทำไมต้องพอดีมาเป็นหินกระเด็นจากรถพี่ด้วย 
    Case แบบนี้เราเจอมามากครับ เขาทำงานกันเป็นแก๊งค์ แต่พี่ไม่ต้องห่วง     
    ถ้าเป็นเรื่องจริง  ทางบริษัทฯ ยินดีดูแลรักษาให้เต็มที่ รอเจ้าหน้าที่ผมก็นะ
    ครับ '   
> เราก็รอต่ออีกแป๊ปเดียว พี่ประกันอีกคนก็ขี่รถมาจอด สอบถามเรื่องราวกันเสร็จ
    ยืนรอ นั่งรอ จนเป็นชั่วโมงชายคนนั้นก็ยังไม่มา พี่ประกันก็เลยบอกให้เราไป
    แจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้
> (ไม่งั้นวันหลังอาจมีหมายมาตามว่าชนคนแล้วหนี) เราให้เบอร์ติดต่อไว้ บอก
    ท่านสารวัตร (ใจดี) ว่าเรายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แต่คนเจ็บไม่กลับมาซะที
> กลับไปที่ปั๊มน้ำมันอีก เผื่อว่าคนเจ็บจะกลับมา ถามเด็กของปั๊ม ก็ยังไม่มีใคร
    กลับมา รวมๆ ทั้งหมด 2 ชั่วโมงแล้ว เลยฝากบอกเด็กไว้ว่า ถ้าชายคนนั้น
   (ซึ่งเด็กเห็นกันหมดทุกคน) กลับมาให้ติดต่อสถานีตำรวจได้เลย เพราะได้แจ้ง 
   ความและให้เบอร์ติดต่อกลับไว้ที่ตำรวจแล้ว
> เรายังฝากเรื่องไว้ที่พี่ร้านมินิมาร์ทอีกด้วย
> พี่ประกันบอกว่า ถ้ามองในแง่ร้าย พวกนี้เขาทำงานกันเป็นทีม และ เลือกเฉพาะ
    รถที่ผู้หญิงขับคนเดียว ซึ่งเมื่อตกใจส่วนใหญ่ก็จะรีบให้เงินคนเจ็บไปหาหมอ
    ก่อน หรือ หากใจดีมากก็จะเอาคนเจ็บขึ้นรถไปหาหมอเองเลย 
> ทีนี้ก็จะเข้าแผนพวกมัน สามารถจี้ตัวไปปล้นหรือทำอะไรได้มากมาย
> เพราะฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยควรจะระวังตัว คิดในแง่ร้ายไว้ก่อน แล้วรอ   
    เจ้าหน้าที่มาจะดีที่สุด
> เราเลยอยากแชร์เรื่องราวที่เจอเองเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รักของเราทุก
    คนรู้ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ ช่วยส่งต่อๆ กัน เพื่อจะได้ระวังตัว
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: