Ferdinan_Mufc
บุคคลทั่วไป
|
 |
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 02:16:56 PM » |
|
.... มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน...
ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย ด้วยกัน...
ระหว่างทาง... เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย
คนถูกทำร้าย...เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา...
กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า ' วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า'
พวกเขายังคงเดินทางต่อ... กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...
พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจม น้ำ... เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ....เข้าช่วยชีวิต
คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา... กลับสลักลงไปบนหินใหญ่...
' วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้' อีกคนไม่เข้าใจ...ถามว่า...
' เมื่อถูกฉันตบหน้า.. .เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไม
เมื่อ ครู่... ต้องสลักบนหิน ' อีกคนยิ้มพราง...
กล่าวตอบ ' เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควร เขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย.จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบ ล้างไม่เหลือ
แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย... บังเกิด
เราควรสลักไว้บน ก้อนหินแห่งความทรง จำในหัวใจ...
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด...ลบล้าง และทำลาย....
' ขอบคุณ..ที่อ่านจนจบนะ'
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Ferdinan_Mufc
บุคคลทั่วไป
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 05:25:23 PM » |
|
ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว ด้วยความโง่ของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลานาน ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา
ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้าน เพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินถูกหลังลา มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนเองทันที มันร้องโหยหวนสักพักหนึ่ง ทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป
หลังจากชาวนาตักดินใส่บ่อได้สักสองสามพลั่ว เมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจ ที่ลามันจะสะบัดดินออกจากหลังทุกครั้งที่มีผู้สาดดินลงไป แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาเร็วได้มากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจเพราะในที่ สุด เจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆ ท ี่ถาโถมเข้ามาหาเรา ก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเหมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้น
อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป ชีวิตคนเราก็เช่นกัน เราก็ต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลา ภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ แต่เมื่อเรามีทุกข์ มีปัญหา หรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน
เมื่อมีความทุกข์ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึกๆ ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออกติดต่อกัน ต่อเนื่อง กัน มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ โอปนยิโก น้อม เข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อยๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา เมื่อจิตใจดี สบายใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้
... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น ...
... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นความจริง ..
... ไม่ว่า จะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรักษาใจของเราให้ดี ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา ..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 10:38:54 PM » |
|
เรื่องดีๆ ทั้งสองเรื่องเลยครับ จะดีมากเลยถ้าเรานำข้อคิดจากคุณ Alex Manhole มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ขอขอบคุณ Alex Manhole ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 09, 2010, 01:16:16 PM » |
|
เรื่องของ..."อูฐ ปลา หมา ควาย"
ศิลปะการครองตัวแบบสัตว์สี่ชนิด "อดทนเหมือนอูฐ ไม่พูดเหมือนปลา ซื่อสัตย์เหมือนหมา โง่เหมือนควาย" หากนำลักษณะเด่นของสัตว์สี่ชนิด ดังกล่าว มาเทียบเป็นชีวิตคนทำงานแล้วก็คงดีเช่นกัน...
จงเป็นอูฐ...หมายถึง ในการทำงานต้องรู้จักใช้ความอดทน อดกลั้น เพื่อให้ได้งานที่ดีมีคุณภาพ
จงเป็นปลา...หมายถึง ในการติดต่อประสานงานกับผู้อื่น ในบางครั้งเราต้องรู้จักการนิ่งๆ ไม่พูดเสียบ้าง คิดอะไรก็พูดหมด ฟังดูแล้วเหมือนคิดในใจไม่เป็น หรือเป็นการบ่นมากกว่า รวมถึงการไม่นำเรื่องในที่ทำงานไปเม้าท์ให้คนภายนอกฟัง
จงเป็นหมา...หมายถึง เราต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อกันและกัน ตลอดจนปกป้องภัยให้แก่กันและกัน เพื่อสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน และสัมพันธภาพที่ดีระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง
จงเป็นควาย...หมายถึง บางครั้งเราต้องทำโง่บ้าง หัดฟังอีกฝ่ายหนึ่งทั้งที่รู้แล้ว ก็ปล่อยๆ เขาบ้าง ถือเป็นการไม่บั่นทอนกำลังใจของเพื่อนร่วมงาน และเปิดโอกาสให้คนอื่นได้แสดงออกเสียบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเองเป็นดาวเด่นเพียงผู้เดียว
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 09, 2010, 01:21:28 PM โดย pinit »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 04:24:22 PM » |
|
เป็นอะไรก็ได้ครับผมขอแค่ คนต้องเป็นคน และคนจริงๆนะค้าบบบบบบบบบบ5555555555
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|