thai TH us EN
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
ผู้เขียน หัวข้อ: คลายเครียดได้ความรู้  (อ่าน 10022 ครั้ง)
pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 02:59:03 PM »

การให้อภัยที่ถูกลืม

อยู่ด้วยกันเราก็ต้องรักกันใช่ไหมครับ ?...คนเรามักมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ
จอหนังสีขาวๆ...มีสีขาวๆ เต็มทั้งผืนเลย...แต่ถ้าตรงกลางมีจุดดำอยู่จุดเดียว
เวลาเราดูจอนี้...เราจะดูสีขาว หรือดูจุดดำครับ ?...ดูจุดดำ

เห็นไหมครับ ?
คนบางคนทำความดีเกือบทั้งชีวิตเลย...พอมาทำพลาดครั้งเดียว
เราไปพูดแต่เรื่องพลาดพลั้งของเขาตลอด
เหมือนกับเขาทำชั่วทั้งชีวิตเลย...เราไม่เคยพูดถึงความดีที่เขาทำมาเลย
เวลาเราทำความผิด...เราอยากจะให้คนอื่นเห็นใจเรา
แต่เวลาคนอื่นเขาทำความผิด...เราลืมที่จะเห็นใจเขา
เวลาเราทำความผิด...เราอยากจะให้คนอื่นให้อภัยเรา
แต่เวลาคนอื่นเขาทำความผิด...เราลืมที่จะให้อภัยเขา

ขงเบ้งเคยกล่าวไว้ว่า...
เมื่อคนล้วงมือเข้าไปในหลุม...แล้วล้วงไม่ถึงก้นหลุม
มักจะโทษว่าหลุมลึก...ไม่เคยพูดว่ามือตัวเองสั้นเลย”
ใช่ไหมครับ ?
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 09:41:00 AM »

หญิงชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร
และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ ว่าต้องการ
ฝากเงินสามล้านบาทแต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง
พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก เลยพาไปห้องผู้จัดการเมื่อไปถึง
ผู้จัดการเกิดความสงสัยว่า
หญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า
ผู้จัดการ - คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ?
คุณยาย - ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ - ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ?
คุณยาย - ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม....อยากรู้ใช่ไหม?
เรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนนึง เอาไหมล่ะ?

ว่าก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ไข่ของพ่อหนุ่ม
จะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ - ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่า จะพนันกันจริงๆเหรอ?
คุณยาย - จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอนี่ไงตั้งสามล้าน
คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ไข่ของตนจะกลาย เป็นสี่เหลี่ยมเลย
ตอบตกลงรับคำท้าและนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงจ ะมาพบกันอีกที
ตลอดวันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงานเฝ้าแต่คอยคลำไข ่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ
อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะ
ตรวจสอบลูกน้อยทั้งสองใบว่ายังกลมอยู่เหมือนเดิมจริง ๆ
เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่ ผู้จัดการเลยรู้สึก
กระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่


เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคารและตรงไปที่ห้องผู้ จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคน
ผู้จัดการ - สวัสดีครับคุณยาย อ้าว...พาใครมาด้วยละนี่?
คุณยาย - อ๋อ…ทนายน่ะ ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ - ฮุฮุ…คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ ผมยังกลมอยู่เลยนี่ไง

ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลงและเรียกให้หญิง ชรามาตรวจสอบน้องชายได้

หญิงชราจึงเดินเข้าไปแล้วก็ลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่ สักพักแล้วพูดขึ้นว่า
คุณยาย - อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว
ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น...
ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับหญิงชรากำลังเอาหั วโขกกำแพงอย่างแรงติดๆ
กันหลายครั้ง

เลยถามคุณยายว่า
ผู้จัดการ - ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ?
คุณยาย - อ๋อ… เขาแพ้พนันยายน่ะ
ยายบอกเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน
officeของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน....อิอิอิ..................

5 5 5 5
... กำไรเห็น ๆ ....

มอบรอยยิ้มให้คนอื่นบ้างนะขอรับ . . .
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 10:43:08 AM »

จากวารสารของ CP 7 – 11  โดยคุณก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์

      พ่อแม่ในประเทศเราพะเน้าพะนอลูกจนเสียคน   ตัวเองยอมอดทนแบกภาระอันหนักอึ้ง  แต่ไม่ยอมให้ลูกได้เรียนรู้
ความยากลำบาก  เพื่อฝึกฝนพัฒนาตนเอง  สังคมของเราจึงเต็มไปด้วยเด็กที่เลี้ยงไม่โต  เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
หลงระเริงอยู่กับความสนุก  แสวงหาแต่ความสุขสบายโดยไม่ลงทุนลงแรง  พอโตขึ้นก็อยากจะรวยทางลัดง่ายๆ
จากการพนัน  ม้า  มวย  หวย  บอล   คนเป็นข้าราชการก็หวังแต่จะนั่งในตำแหน่งสำคัญๆ เพราะเชื่อว่าจะมีบรรดาพ่อค้า
มาคอยถวาย  “เครื่องเซ่น”  เพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกแก่พวกเขา    บ้านเมืองที่มีประชาชนแต่ละหมู่เหล่าอ่อนแอเช่นนี้ 
จะอยู่รอดได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยวิกฤตรอบด้าน
     เราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบประเทศอื่นไปเสียทั้งหมด  เพราะแต่ละประเทศก็มีจุดเด่นและจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น   
แต่เราควรเรียนรู้ส่วนดีของประเทศต่างๆ  แล้วเร่งนำมาปรับใช้กับประเทศของเราโดยเร็ว
     อย่ามัวแต่รออัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยกอบกู้บ้านเมืองอยู่เลย  เพราะทั้งพระพุทธเจ้า  และชาวยิวต่างก็สอนให้ตระหนักอยู่เสมอว่า 
“ตนนั้นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน”
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 10:45:53 AM »

ลองอ่านดู

เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปเติมน้ำมัน ตอนที่รูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้ว
และกำลังจะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดไปมีปัญหา
ให้เธอรีบลงจากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วย

เพื่อนคนนี้ก็งงมาก เพราะคิดว่าตามปกติ ถ้ารูดบัตรไม่ผ่าน
เครื่องจะไม่ออกสลิปให้ แต่นี่ก็ได้สลิปแล้ว จึงเอาสลิปให้พนักงานคนนั้นดู
เพื่อยืนยันการจ่าย และบอกว่ามีธุระต้องรีบไป
แต่พนักงานคนนั้นก็ยังยืนยันว่าเธอต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ดี
( พูดประมาณว่าจะลงไปคุยดีๆ หรือเปล่า)

สุดท้ายเพื่อนก็จำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำน้กงานได้ก็โวยใหญ่เลย
ว่าจ่ายตังค์แล้ว และพนักงานที่ไปเชิญเขาลงจากรถก็พูดกับเขาไม่ดีด้วย
เจ้าหน้าที่ต้องรีบบอกให้เธอใจเย็นๆ และฟังเหตุผลของทางปั๊มก่อน

ทางปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่
เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับ
ทางปั๊มเห็นว่าผิดสังเกตุ ว่าไม่น่าจะเป็นคนที่มาด้วยกัน จึงโทรแจ้งตำรวจให้
และอยากให้เธอออกจากรถก่อน เพื่อความปลอดภัย

พอได้ยินแบบนั้น เพื่อนก็ตกใจมาก รีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันที
จังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง กำลังเปิดประตูและลงจากรถตัวเองอยู่พอดี

ภายหลังทราบว่า พวกนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของอาชญากรรมแนวใหม่
คือเป็นพวกค้าชิ้นส่วนอวัยวะของผู้หญิง
โดยจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิง เอารถแวะเข้าเติมน้ำมัน
หรือแวะจอดซึ้อของตามร้านข้างทาง หรือตามห้างสรรพสินค้า
วิธีการก็คือพวกนี้จะตัดเอ็นข้อเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหนี
จากนั้นจะขับรถของเหยื่อ เพื่อพาเหยื่อไปฆ่า และชำแหละอวัยวะออกเป็นส่วนๆ

เมื่อได้อ่านแล้ว ขอให้ช่วยกันส่งต่อไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก
อย่างน้อยอาจช่วยให้พวกเขารู้จักระวังตัว และไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

ข้อควรระวัง
1 ให้ล็อครถทุกครั้ง ที่ต้องลงจากรถ
แม้ว่าจะเป็นการแวะลงไปทำธุระหรือซื้อของเพียงแค่ไม่กี่นาที
2 สำรวจหาบุคคลแปลกปลอมใต้ท้องรถ และเบาะด้านหลังทุกครั้งก่อนกลับขึ้นรถ
3 หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อออกนอกบ้าน?
โดยเฉพาะเมื่อต้องไปไหนในเวลากลางคืน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 03:20:38 PM โดย pinit » บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 09:11:15 AM »

จากผู้บริหาร  CP 7 – 11

     ผมขอเสนอแนะวิธีการ “ใช้ปากให้เป็น”  อย่างคร่าวๆ ให้พวกเราลองพิจารณาดู

ข้อแรก  พูดอย่างถนอมน้ำใจ  ให้เกียรติผู้ฟัง  ทั้งถ้อยคำและน้ำเสียง  จะช่วยให้การเจรจา
และความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น  มีความสุขในการพบปะ  และทำงานร่วมกัน
ข้อสอง  พูดอย่างสร้างสรรค์  มุ่งให้เกิดผลในทางบวกต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  
ไม่พูดเพียงเพราะต้องการระบายอารมณ์  ข่มขู่  หรือเย้ยหยันผู้อื่น
ข้อสาม  พูดในสิ่งที่เป็นจริง  การยกยอปอปั้นที่ไม่มีเหตุผล จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกกระอักกระอ่วน
และไม่เชื่อถือผู้พูด     ผมนึกถึงชาวไต้หวันคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อได้พบกันเป็นครั้งแรก  เขาหวังจะสร้าง
ความประทับใจแก่ผมโดยการสรรเสริญเยินยอต่างๆ นานา ชนิดหวานจนเอียน  แทนที่จะชอบใจ  
ผมกลับรู้สึกว่า  ต้องระมัดระวังในการคบหาบุคคลผู้นี้     ดังนั้น หากจะแสดงความชื่นชมใคร  
ก็ควรชื่นชมในสิ่งที่เป็นจริง และอย่าชื่นชมจนเกินจริง
ข้อสี่  พูดแล้วต้องทำตามที่พูด  อย่าพูดไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเอง  คนจีนมีภาษิตว่า
“คนที่รับปากโดยง่าย  เชื่อถือได้ยาก”   เราจึงต้องใคร่ครวญให้ดีก่อนจะเอ่ยปาก  และเมื่อพูดไปแล้ว  
คำพูดเป็นนายเรา   คนๆ หนึ่งจะเป็นที่เชื่อถือหรือไม่ก็อยู่ที่ตรงนี้  และคนที่ไม่มีใครเชื่อถือ
จะดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างสง่างามได้อย่างไร ?

     คิดทุกคำที่พูด  แต่ไม่จำเป็นต้องพูดทุกคำที่คิด  คิดแต่สิ่งที่ดี  แล้วเราจะมีแต่สิ่งที่ดีให้พูด
แม้คำพูดจะเป็นเพียงลมปากที่มองไม่เห็น  แต่กลับคงอยู่ในจิตใจของผู้ฟังไปตลอดชีวิต  ภาษิตจีนบอกไว้ว่า
“คมดาบทำร้ายร่างกาย ไม่นานบาดแผลก็หาย  ถ้อยคำทำร้ายจิตใจ ฝากรอยแผลไว้ไม่มีวันลืม”
สุนทรภู่กวีเอกของไทยก็สอนไว้ตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ว่า
     “อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก       แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย
       แม้เจ็บอื่นหมื่นแสนยังแคลนคลาย    เจ็บจนตายก็เพราะเหน็บให้เจ็บใจ”
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 09:13:32 AM »

คำคมจากคุณธนินท์  เจียรวนนท์    ประธานบริษัทในเครือซีพี

     “ผมชอบคนที่ทำงานเสียหายแล้วรู้ว่าเสียหายอย่างไร  และผมจะให้โอกาสเขาแก้ตัวใหม่
แต่ถ้าทำเสียหายแล้ว  บอกว่าทำดีที่สุดแล้ว  ทำถูกต้องแล้ว  แถมยังโยนความผิดไปให้คนอื่น
คนอย่างนี้ ผมไม่กล้าใช้ให้ทำงานต่อไปอีก”
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 09:15:04 AM »

ลดความอ้วน

คนอ้วน...ก็อยากผอม..ไปลดน้ำหนัก  หน้าดำคร่ำเครียด
คนผอม...ก็อยากอ้วน...ไปเพิ่มน้ำหนัก  ผ่าตัดยัดโน่นยัดนี่เข้าไป

หมอก็ปวดหัว...รับเงินจนปวดหัว
รับจ้างทำให้คนนี้ผอม...ทำให้คนนี้อ้วน
ไม่ว่าจะอยากอ้วน...หรือ...อยากผอม...ต้องเสียเงินทั้งนั้น

หญิงสาวคนหนึ่ง...หน้าตาสวยมาก  หุ่นดี
แรกๆ...ก็มีหุ่นเป็นรูปตัวไอ  (I)
3-4 ปีผ่านไป...กลายเป็นรูปตัวโอ  (O)
เล่นเอาเธอกินไม่ได้...นอนไม่หลับ...รีบวิ่งแจ้นไปหาคุณหมอ

คุณสูง  160  น้ำหนัก  65  ก.ก.
น้ำหนักคุณเกินมาตรฐานไป  15  ก.ก.
แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะคะคุณหมอ ?
ต้องลดน้ำหนักครับ...
หนูต้องงด  3  อย่างจ๊ะ
ไม่มีปัญหา...จะให้ลดกี่อย่างก็ได้...ขอให้ผอมเร็วๆ ก็แล้วกัน

อย่างแรก...หนูต้องลดอาหารจำพวกแป้ง
กินข้าวให้น้อย...กินผักเยอะๆ  กินพวกผักต้มจะดีที่สุด
ไม่มีปัญหาค่ะคุณหมอ...

อย่างที่ 2...หนูต้องลดอาหารหวานทั้งหมด
อาหารที่ผสมน้ำตาล...ประเภท...ขนม...นมเนย...ของหวานทุก
ชนิด...ต้องงดหมด
ทานผลไม้แทน...
แต่ผลไม้ก็ต้องเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสหวาน
ได้ค่ะ...ไม่มีปัญหาค่ะ...คุณหมอ

อย่างที่ 3...หนูต้องงดของมันๆ...
สาวน้อยตกใจ...ตาหูเหลือก...ร้องเสียงหลง
ทั้งที่หมอยังอธิบายไม่จบ...
“ของมันๆ...งดไม่ได้ค่ะ”
“อ้าว...ทำไมงดของมันๆ ไม่ได้ล่ะ ?”
“ก็หนูกำลังจะ...แต่งงาน  เดือนหน้านี้แล้วค่ะ”
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 09:54:23 AM »

ปรากฎการณ์สังคม ที่พบเห็นในปัจจุบัน

     “อ่อนนัก     จักถูกข่ม
    แข็งนัก      จักถูกโค่น”


     นี่เป็นเสมือนหนึ่งสัจธรรมจากธรรมชาติ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม  ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ
ในโรงเรียน  คนที่อ่อนแอกว่าคนอื่นมักจะถูกข่มขู่กลั่นแกล้งสารพัด  ถ้าเขาไม่สามารถฮึดสู้ได้
ก็ต้องพยายามเข้าพวกกับเด็กที่แข็งแรงกว่าเพื่อความปลอดภัย
     เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะยิ่งชัดเจน  จะมีหัวโจกตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม  พวกที่อ่อนโลกอ่อนหัดกว่า 
ก็จะต้องยอมเป็นลูกหาบลูกสมุน  เพื่อจะได้มีคนคุ้มครองเมื่อถูกรังแก    นานวันเข้าจากหัวโจก
ก็เริ่มพัฒนาเป็นหัวหน้าแก๊ง  เข้าไปพัวพันกับกิจกรรมนอกกฏหมาย  พวกลูกหาบก็จะถูกบังคับให้ร่วมมือด้วย
มิฉะนั้นจะเจอดี  อาจถึงขั้นโดนเก็บ  เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล  แต่เมื่อเข้าร่วมก็มีสิทธิ์ติดคุกทั้งแก๊ง 
ต้องหมดอนาคตไปในที่สุด   น้อยแก๊งนักที่จะชักนำกันไปทำสิ่งดีๆ   วัยรุ่นทั้งหลายจึงควรระมัดระวัง
อย่าทำตัวอ่อนแอและยอมตกเป็นเหยื่อของบรรดาหัวโจกเหล่านี้
     ส่วนผู้ที่แข็งกร้าวเกินไปก็มักจะถูกหมั่นไส้  หรือไม่ก็ไปสร้างความเสียหายเจ็บช้ำน้ำใจให้แก่ผู้อื่น
จนเขาทนไม่ได้  ต้องร่วมมือกันหาทางโค่นเจ้าหมอนี่ลงให้ได้   ลองสังเกตดู  สังคมเราเวลาที่มีใครสักคน
“กร่าง”  เกินไป  ไม่ช้าก็จะโดน “กฐินสามัคคี”  รุมกระหน่ำจนเละตุ้มเป๊ะยับเยิน
     การประคองตนไม่ให้อ่อนแอ  แต่ก็ไม่แข็งกร้าว  จึงเป็นทางสายกลางที่ทำให้สามารถดำรงอยู่
อย่างเป็นสุขได้ในระยะยาว
                                          (จากผู้บริหาร  CP  7 – 11)
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 09:55:06 AM »

“เมื่อต้องการให้ลูกดี    ต้องทำดีให้ลูกเห็น”

     การใช้ปากพร่ำสอนอย่างเดียว  อย่าหวังว่าจะได้ผล  คนที่ทุจริตคดโกงให้ลูกเห็น  ลูกก็จะติดนิสัยขี้โกง
ไปด้วย  อยากให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองมีอนาคตอย่างไร  บุพการีก็ต้องประพฤติตนเป็นต้นแบบ
ในวิถีทางนั้น  ลูกที่เห็นพ่อแม่ทำงานหนัก  ก็จะซึมซับความขยันขันแข็งติดตัวไปจนโต  รู้จักคุณค่าของเงิน
ที่ได้มาด้วยความเหนื่อยยาก  จึงไม่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย
                                             (จากผู้บริหาร  CP  7 – 11)
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 08:54:04 AM »

วิธีทำให้ชีวิตให้โล่ง และ เบาขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้เปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมด เคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้วไปบริจาค
ที่ไหนสักแห่งแต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที เอาล่ะ...วันนี้เริ่มทำเสียที... ปรากฏว่า รื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมาย
ที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อยชิ้น เมื่อเอาของออกจากบ้านไปบริจาคแล้ว มีความรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น
ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ...สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้น คือ การทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง

วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธีทำให้ชีวิตเบาขึ้น โล่งขึ้น สบายขึ้นดีไหม? วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และ เบาขึ้น เช่น...
1. เก็บของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ เอาไปบริจาคให้ผู้เดือนร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ
อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ใช้แล้วเลย
2. ลดงานที่เครียดๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจังงานที่แข่งขันและหวังผลสูง ถ้าเลือกได้
ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรเสียบ้างก็ได้ บรรยากาศของการประชุมมักจะเครียดเสมอ
สารความเครียดก็หลั่งตลอดเวลา...รู้ไหม?
3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย
4. อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมหรือข่าวเครียดๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน
5. เลิกดูรายการทีวีที่เครียด หรือรายการข่าวหนักๆ ที่ซ้ำๆ กันทุกวัน เช่น รายการที่มีพิธีกรมานั่งเถียงกัน
พูดแข่ง พูดแซวกัน 2-3 คน ดูไปฟังไฟแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ
6. อย่ารับปากหรือสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใครๆ ง่ายๆ ด้วยความเกรงใจเลยหัดปฏิเสธให้เป็น
7. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลย ทำได้ยากมากจะทำให้เราจมปลักอยู่กับความผิดหวังในตัวคนอื่น
และเกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักคนอื่น และยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักไม่ลง ก็มองข้ามเขาไป
และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจยอมรับและรักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น
8. หัดไปไหนมาไหนคนเดียว เป็นเพื่อนตนเองได้จะลดขั้นตอนและความยุ่งยากใจ เวลา จะต้องทำอะไรหรือไปไหนได้มากขึ้น
9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้าง จะทำให้คุณไม่เครียดกับการเฆี่ยนตัวเองให้ทำงานหนัก
และแข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลา จนลืมสร้างมิตรและไม่เคยพอใจตัวเองเลยไม่ว่าจะได้มามากเท่าไร
10. ถ้าจะรักใครสักคน อย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิต และอย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้างๆ เขาก็พอแล้ว
การรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นานๆ
11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด

ลองทำดูตามที่แนะนำมานะครับ เราจะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น เหมือนใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ไม่คับ แคบ หรือรัดรึง อึดอัด
เวลาตัวเองเบาๆ ใจสบายๆ ความคล่องตัวจะมีมากขึ้น จนคุณแปลกใจตัวเอง

ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ (จิตแพทย์)
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 09:01:00 AM »

วันนี้มาพิจารณาสำนวนคมๆ  จากคนรุ่นก่อนๆ

   ดี..ชั่ว   อยู่ที่ตัวทำ
   สูง..ต่ำ   อยู่ที่ทำตัว
................................................................
   ถ้าผู้ใหญ่แสร้งโง่และขีเกียจ
   เด็กจะฉลาดและเก่งขึ้น
................................................................
   ความรู้สึก   ต้องไม่บีบบังคับ
   ความลับ   ต้องไม่ปกปิด
   ความผิด   ต้องรีบแก้ไข
   ความในใจ   ต้องพูดจา
   มิตรสัมพันธ์จึงจะไม่เสื่อมคลาย
.................................................................
   ดูเพื่อนดี   ดูที่การกระทำ
   ดูผู้นำ   ดูที่การเสียสละ
.................................................................
   ไม่ฟังเสียงด่า
ไม่เสวนากับบัณฑิต
ไม่พินิจก่อนทำ
ไม่จำหน้าใคร
ไม่ใช้คนดี
ไม่มีอาทร
ไม่ผ่อนคลายเครียด
ไม่รังเกียจอบายมุข
เป็นนักปกครองที่ดีได้ยาก
.......................................................................
คนโง่  เอาแต่ได้
จึงเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป
คนฉลาด  เอาแต่ให้
จึงเป็นที่รักอย่างเหนื่อยยากแต่สุขใจ
คนเจ้าปัญญา  จัดระบบการรับและให้สมดุลกัน
โดยคุณค่าแห่งความแตกต่าง
จึงพอดีและเป็นที่พอใจ
..........................................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 09:03:13 AM โดย pinit » บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 09:20:50 AM »

คนกินเห็ด

เพื่อนผมคนหนึ่ง...ชื่อประจวบ...มันจบชีววิทยา จากเกษตร
เป็นคนที่ชอบเดินป่ามาก...และเป็นคนที่รักเมีย
กลับจากเดินป่า...เก็บเห็ดมาเต็มตะกร้า
เอามาทำอาหารให้เมียกิน...จนอิ่มหนำสำราญ
แต่ตัวเองจะไปเก็บเศษอาหารที่เมียกินเหลือๆ
เอามากินในวันรุ่งขึ้น...

โอ้โฮ...ผัวดีๆ อย่างนี้ จะไปหาได้ที่ไหน...รักเมียจริงๆ
พอตื่นเช้า...ก็จะเข้ามาเรียก...มาปลุก
มาดูแล...เอาอกเอาใจ...เอาใจใส่ตลอด

ถามว่า...เมื่อคืนนอนหลับดีไหม ?
ดีค่ะ...
มีอาการเวียนหัว  คลื่นไส้อะไรบ้างหรือเปล่า ?
ไม่มีค่ะ...หลับสบายจริงๆ
เมียยิ้มหวานอย่างมีความสุข...ดึงมือของผัวเข้ามาหอมแก้ม
ขอบคุณมากค่ะที่รัก...ที่เป็นห่วงดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

น้องมีอาการปวดท้อง...หรือท้องเดินบ้างไหมจ๊ะ ?
ไม่มีค่ะ...

ไชโย...ไชโย...ไชโย
พี่ดีใจอะไรหรือคะ ?

ผมค้นพบเห็นกินได้ชนิดใหม่อีกแล้ว...
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 09:16:10 AM »

เสน่ห์ปลายจวัก

เมื่ออาทิตย์ก่อน  เมียเพื่อนผมไปเรียนทำกับข้าว...กับหมึกแดง
เรียนได้ 3 - 4  ครั้ง   ก็เกิดร้อนวิชา
เอาสูตร เอาตำราต่างๆ มากาง...ทำกับข้าวทั้งวัน
กับข้าวตั้งเต็มบ้านหมดเลย...

เพื่อนผมกลับมาจากที่ทำงาน...เธอก็บังคับให้กินอาหารที่เธอทดลองทำ
แล้วถามว่า...อร่อยไหม ?
ซึ่งผมเชื่อว่าผัวทุกคน...รู้อยู่แล้วว่าจะต้องตอบยังไง

มันกลืนอาหารลงคอ...ด้วยความยากเย็น
รีบกินน้ำตาม...แล้วตอบเธอว่า
คุณทำอาหารฝีมือเหมือนแม่ผมไม่มีผิดเลย...
โอ้โฮ...เมียดีใจ ยิ้มหน้าบานเลย

แหม...คุณนี่  ปากหวานจริงๆ เลย
ที่ว่าเหมือนแม่คุณน่ะ...เหมือนตรงไหนคะ ?
เหมือนตรงที่...เมื่อพ่อผมได้กินอาหารฝีมือแม่แล้ว
ตั้งแต่วันนั้น...พ่อผมไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย...
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 05:55:17 PM »

ไม่จำเป็น

มีคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง...
ลูกเขยอยู่ในเหตุการณ์ที่โจรทำร้ายแม่ยายเสียชีวิต
พอเรื่องขึ้นสู่ศาล...
ศาลก็เรียกตัวลูกเขย...ไปเป็นพยาน

มีคนบอกว่า...ในขณะที่โจรคือจำเลย
กำลังทุบตีและทำร้ายแม่ยายพยานอยู่นั้น
พยานยืนดูอยู่ข้างๆ...แต่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ
เรื่องเป็นอย่างนี้...จริงหรือเปล่า ?
จริงครับ...
แล้วทำไมพยานไม่เข้าไปช่วยเหลือ ?

ผมเห็นว่า...โจรกำลังได้เปรียบ
ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องเข้าไปช่วยเหลืออะไรแล้วครับ...
บันทึกการเข้า

pinit
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 346


อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2010, 11:33:39 AM »

พฤติกรรม "วัวกินน้ำ"

ในชนบทสมัยก่อนผู้ใหญ่จะมอบหมายภาระการเลี้ยงวัวให้เด็กๆทำ
และทุกๆเช้าก่อนไปทำงานในไร่ในนา ผู้ใหญ่จะสั่งและกำชับเด็กๆว่า "ตอนเพลอย่าลืมพาวัวไปกินน้ำนะ"
เด็กก็จะรับปากรับคำอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ลืมหรอกครับ"
เมื่อผู้ใหญ่ลงไปทำงานในไร่นาลับตาแล้ว เด็กก็จะปล่อยวัวและเล็มหญ้าไปตามประสาวัว
ส่วนเด็กๆเลี้ยงวัวก็สุมหัวเล่นกันเพลิดเพลินจนลืมพาวัวไปกินน้ำ
เมื่อผู้ใหญ่หยุดพักกลับมากินมื้อเที่ยงด้วยกัน
ก่อนกินข้าวผู้ใหญ่ก็จะถามย้ำเด็กว่า "พาวัวไปกินน้ำหรือยัง?"
เด็กเลี้ยงวัวก็จะตอบว่า "กินแล้ว ให้กินอีกก็ได้" แล้วก็จูงวัวไปกินน้ำ
.......................
คนเราทุกวันนี้เป็นอย่างเด็กเลี้ยงวัวในสมัยก่อนหรือไม่?พฤติกรรม "วัวกินน้ำ"

ในชนบทสมัยก่อนผู้ใหญ่จะมอบหมายภาระการเลี้ยงวัวให้เด็กๆทำ
และทุกๆเช้าก่อนไปทำงานในไร่ในนา ผู้ใหญ่จะสั่งและกำชับเด็กๆว่า "ตอนเพลอย่าลืมพาวัวไปกินน้ำนะ"
เด็กก็จะรับปากรับคำอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ลืมหรอกครับ"
เมื่อผู้ใหญ่ลงไปทำงานในไร่นาลับตาแล้ว เด็กก็จะปล่อยวัวและเล็มหญ้าไปตามประสาวัว
ส่วนเด็กๆเลี้ยงวัวก็สุมหัวเล่นกันเพลิดเพลินจนลืมพาวัวไปกินน้ำ
เมื่อผู้ใหญ่หยุดพักกลับมากินมื้อเที่ยงด้วยกัน
ก่อนกินข้าวผู้ใหญ่ก็จะถามย้ำเด็กว่า "พาวัวไปกินน้ำหรือยัง?"
เด็กเลี้ยงวัวก็จะตอบว่า "กินแล้ว ให้กินอีกก็ได้" แล้วก็จูงวัวไปกินน้ำ
.......................
คนเราทุกวันนี้เป็นอย่างเด็กเลี้ยงวัวในสมัยก่อนหรือไม่?พฤติกรรม "วัวกินน้ำ"

ในชนบทสมัยก่อนผู้ใหญ่จะมอบหมายภาระการเลี้ยงวัวให้เด็กๆทำ
และทุกๆเช้าก่อนไปทำงานในไร่ในนา ผู้ใหญ่จะสั่งและกำชับเด็กๆว่า "ตอนเพลอย่าลืมพาวัวไปกินน้ำนะ"
เด็กก็จะรับปากรับคำอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ลืมหรอกครับ"
เมื่อผู้ใหญ่ลงไปทำงานในไร่นาลับตาแล้ว เด็กก็จะปล่อยวัวและเล็มหญ้าไปตามประสาวัว
ส่วนเด็กๆเลี้ยงวัวก็สุมหัวเล่นกันเพลิดเพลินจนลืมพาวัวไปกินน้ำ
เมื่อผู้ใหญ่หยุดพักกลับมากินมื้อเที่ยงด้วยกัน
ก่อนกินข้าวผู้ใหญ่ก็จะถามย้ำเด็กว่า "พาวัวไปกินน้ำหรือยัง?"
เด็กเลี้ยงวัวก็จะตอบว่า "กินแล้ว ให้กินอีกก็ได้" แล้วก็จูงวัวไปกินน้ำ
.......................
คนเราทุกวันนี้เป็นอย่างเด็กเลี้ยงวัวในสมัยก่อนหรือไม่?
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
พิมพ์
 
กระโดดไป: