|
|
 |
« ตอบ #120 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:04:14 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #121 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:04:42 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #122 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:05:12 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #123 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:06:09 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #124 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:06:45 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #125 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:07:18 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #126 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:07:59 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #127 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2010, 04:08:24 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #128 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 04:08:03 PM » |
|
ภัยจากนามบัตร
หญิงคนหนึ่ง ไปเติมแก็สที่ปั้มแก็ส มีชายมาเสนอบริการทาสี โดยยื่นนามบัตรให้ หญิงคนนั้นก็รับมาอ่าน แล้วถือเข้ามาในรถด้วย สักครู่เมื่อขับรถออกมาจากปั๊มแก็ส ก็สังเกตว่าชายคนนั้นขับรถตามมา และเธอก็รู้สึกว่า หายใจไม่ค่อยออก เธอรีบเปิดหน้าต่าง และตระหนักว่ากลิ่นนั้นมาจากมือของเธอเอง ซึ่งเป็นมือข้าง ที่เธอรับนามบัตรมาจากชายคนนั้น เธอตัดสินใจขับรถและกดแตรไปตลอดทาง เพื่อขอความช่วยเหลือ ชายคนนั้นจึงขับรถหนีไป
ยาที่ป้ายบนนามบัตร คือ ยา BURUNDANGA เพิ่อให้เราหมดสติ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วไอ้ตัวร้ายก็จะขโมยของและ/หรือข่มขืนเรา โดยยานี้มีประสิทธิภาพแรงกว่ายาที่ใช้ข่มขืนสาวๆ ถึง 4 เท่า
ดังนั้น อย่ารับกระดาษ นามบัตร แผ่นพับ จากคนแปลกหน้า หรือแม้แต่คนที่แจกโฆษณา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #129 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 04:14:05 PM » |
|
ข้อคิดจากปู่เย็น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #130 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2010, 04:20:23 PM » |
|
.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #131 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2010, 09:26:34 AM » |
|
Shortest speech by CEO of Coca Cola.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #132 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 11:14:26 AM » |
|
ฟังพระเล่ามา....ห้ามขำคนเดียวนะ
ถ้าตอนใส่บาตรแล้วที่ยืน สกปรกมาก จะต้องถอดรองเท้าใส่บาตรด้วยหรือไม่ ?
“ พระไม่ฉันรองเท้านะโยม ” ...ไม่ต้องเอารองเท้าใส่มานะ.....
พระนอนไม่หลับ เลยไปหาหมอใหม่จบมาจากเมืองนอก หมอ: เป็นอะไรครับ พระ : จำวัดไม่ได้จ๊ะโยมหมอ หมอ: (ทำหน้างง) แล้วจะกลับวัดยังไง พระ: (ทำหน้างงด้วย) มามอไซด์รับจ้างก็ต้องกลับมอไซด์นะโยม หมอ: (ทำหน้าง๊งงง) แล้วมอไซด์รับจ้างจำวัดได้เหรอ พระ: (ทำหน้าง๊งงงด้วย) มอไซด์รับจ้างจำวัดไม่ได้หรอกโยม มีแต่พระที่จำวัดได้ หมอ: (ทำหน้างงง๊งงง) อ้าวไหนบอกว่าจำวัดไม่ได้ไง พระ : !\=-+#@ %^&*( +๐"ฯ, ?
จำวัดเป็นภาษาพระแปลว่านอน......................... หมอ: อ๋ออออออออออออออออออออออออออ
ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า " ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก แล้วเอาข้อมูลวัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา"
อาตมาก็ตอบว่า หลักๆเลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละคร ที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที "ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน"
อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก และที่สำคัญหากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลก และจะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร ซึ่งนอกจากการอ่าน การดู และการฟังแล้ว หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮาก็ได้มาจากการพูดคุยกับเหล่าโยมๆนี่แหละ
อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา "พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองนะคะ" "หา อะไรนะ" "พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองค่ะ" "ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร" "อ๋อ ขอโทษค่ะ" หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า "เจริญพร" "ค่ะ เจริญพรเช่นกัน" แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย
ข้างต้นก็คือ สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างพูดคุยกับเหล่าญาติโยม จนถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับอาตมาไปแล้ว หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น พอเข้ามาในกุฏิแล้ว เธอก็มุ่งตรงไปที่พระ บวชใหม่รูปหนึ่งทันที "ถวายสังฆทานค่ะ" พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือ ขึ้นมาดู "ไม่ต้องค่ะ " โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น "ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ" เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า "อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ" (ที่ถูกต้องจะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ) พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา "คิกขุสังโฆ นี่มันฟัง ทะแม่งๆ นะหลวงพี่"
อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า "คิกขุ แปลว่า น่ารัก สังโฆ แปลว่า สงฆ์ คิกขุสังโฆ ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก" เท่านั้นแหละ พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย แต่ก็มีบางกรณีที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก อย่างเมื่อ เร็วๆนี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา "หลวงพี่ขา ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ" "ไปไหนล่ะโยม" "ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ" โห นิมนต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย อาตมาจึงบอกไปว่า ถ้านิมนต์ไปงานศพ ไปให้ได้ แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่ ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม
จากตัวอย่างข้างต้น คุณโยมอาจจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่มันก็สะท้อนให้เห็นความห่างเหินระหว่างคนกับวัดได้ในระดับหนึ่ง ปัจจุบันนี้คนจะนึกถึงวัดในกรณีพิเศษ เท่านั้น เช่น งานบวช งานศพ
ต่างกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ฆราวาสกับพระจึงสนทนากันไหลลื่น ไม่มีคำแปลกๆ หรือผิดที่ผิดทางออกมาให้พระสะดุ้งแต่อย่างใด ซึ่งถ้าพูดถึงศัพท์แสงที่แสลงใจแล้ว ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆอยู่ ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา "แม่ๆ พระมาขอข้าว" "มาเยอะไหมลูก" "มา 2 อัน" โห เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ
ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอนเด็กๆด้วย "ถ้าพระกิน เรียก ฉัน" " พระนอน เรียก จำวัด" (บางคนเรียกขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้) " พระป่วย เรียก อาพาธ" " พระตาย เรียก มรณภาพ" (ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ) " แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกอะไรเอ่ย" คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง "เรียกคนมาดู"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #133 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 08:14:23 AM » |
|
เรื่อง ขงจื้อ ขอนำปรัชญาท่านขงจื้อ ท่านเกิด 550 ปีก่อน ค.ศ. หรือ 10 ปีก่อน พระพุทธเจ้าถือกำเนิด
ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ่ ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น
ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี
ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้อง " คิด " เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร
เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้
การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่
อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่ หรือ อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่" เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต ( เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร )
เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ไม่" หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่ หรือ ได้" เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่ หรือ ได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี ( สุภาพสตรีจะไม่ตอบรับใครง่าย ๆ ) คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย
ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
 |
« ตอบ #134 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2010, 10:05:58 AM » |
|
คนที่มีความสุขที่สุดในโลก
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลก คือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง
และความหมายของความสบายใจ คือ
หนึ่ง เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้
สอง รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
สาม ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟัง คนอื่น
สี่ เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ
ห้า วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
หก กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหา ต่างๆ
เจ็ด มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย
แปด มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอ ถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่ง ตอบแทน
เก้า นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่า และทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อ ตัวเอง
สิบ เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่นๆ และตัวเองด้วย
ความสุขนั้น คือ พอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้ การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจ และยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป
เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|